ไปคอนเสิร์ตทั้งที ใคร ๆ ก็อยากได้ลุคที่เข้ากับบรรยากาศและถ่ายรูปสวย แต่ความจริงของหน้างานมีทั้งอากาศร้อน ฝนที่มาแบบไม่บอกล่วงหน้า ฝูงชนแน่น และเวลาหลายชั่วโมงที่ต้องยืน ชุดที่เวิร์กจึงต้องบาลานซ์ความชอบกับความคล่องตัว ไม่ต้องแต่งตามสูตรสำเร็จ แค่เลือกให้เหมาะกับงานและทำให้เรามั่นใจตั้งแต่เพลงแรกถึงเพลงสุดท้ายก็พอ
เริ่มจากรูปแบบงาน แล้วค่อยเลือกลุค
คอนเสิร์ตในฮอลล์แต่งตัวได้หลากหลายกว่า เพราะไม่ต้องรับแดดหรือฝน แต่แอร์อาจเย็นจนเสื้อคลุมบาง ๆ กลายเป็นของจำเป็น ส่วนงานกลางแจ้งต้องคิดถึงผ้าที่ระบายอากาศ หมวก กันแดด และเสื้อกันฝนที่พับเก็บง่าย หากเป็น Music Festival ที่ต้องเดินข้ามหลายเวที รองเท้าและกระเป๋าจะสำคัญพอ ๆ กับเสื้อผ้า
ประเภทบัตรก็มีผล บัตรนั่งเหมาะกับชุดที่มีรายละเอียดมากขึ้น เช่น เดรสหรือกระโปรง ส่วนบัตรยืนควรเป็นชุดที่ก้ม นั่ง เดิน และยกแขนได้โดยไม่ต้องคอยจัด ลองใส่ชุดเต็มแล้วขยับตัวหน้ากระจกสักสองสามนาที จะรู้เร็วมากว่าชุดนั้นพร้อมลุยจริงหรือสวยเฉพาะตอนอยู่นิ่ง ๆ



4 ลุคที่แต่งง่ายและใช้ได้จริง
เสื้อยืดกับยีนส์
ลุคพื้นฐานที่พลาดยาก เลือกเสื้อวง เสื้อโอเวอร์ไซซ์ หรือเสื้อพอดีตัวกับยีนส์เอวสูง แล้วเติมเข็มขัด หมวก หรือกระเป๋าคาดอกเพียงชิ้นเดียวก็มีคาแรกเตอร์ขึ้นทันที
เสื้อครอปกับกางเกงเอวสูง
เหมาะกับอากาศร้อนและถ่ายรูปขึ้น จับคู่กับยีนส์ คาร์โก้ หรือกางเกงผ้าทรงหลวม เลือกทรงที่กระชับพอดี จะได้ไม่ต้องคอยดึงหรือจัดระหว่างเต้น
เสื้อกล้ามกับเลเยอร์บาง
เริ่มด้วยเสื้อกล้ามหรือสายเดี่ยว แล้วคลุมเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์หรือแจ็กเก็ตยีนส์บาง ร้อนก็ถอดผูกเอวได้ พอเข้าโซนแอร์หรืออากาศเย็นก็หยิบกลับมาใส่
เดรสหรือกระโปรงที่ขยับง่าย
เลือกทรงไม่รัดแน่นและชายไม่ยาวจนเสี่ยงถูกเหยียบ หากเป็นบัตรยืนควรมีกางเกงซับด้านใน ส่วนกระโปรงยีนส์หรือทรงเอเข้ากับเสื้อยืดและรองเท้าผ้าใบได้ง่าย
ทางลัดสำหรับลุคสตรีต: เสื้อทรงหลวม กางเกงคาร์โก้ และโทนดำ เทา น้ำตาล หรือเขียวทหาร แล้วเลือกกระเป๋าหรือรองเท้าสีสดเป็นจุดเด่นเพียงหนึ่งอย่าง
รองเท้าคือชิ้นที่ตัดสินว่าคืนนี้จะสนุกแค่ไหน
รองเท้าผ้าใบคู่ที่ใส่จนเข้ารูปแล้วปลอดภัยที่สุด พื้นควรรองรับแรงกระแทกและไม่บีบหน้าเท้า บูทสั้นก็ใช้ได้ถ้าเป็นคู่ที่เดินสบายจริง แต่รองเท้าส้นสูง พื้นแข็ง หรือคู่ใหม่ที่ยังไม่เคยลองเดินนาน ๆ มีโอกาสทำให้หมดแรงก่อนศิลปินคนโปรดขึ้นเวที
ถ้างานจัดบนสนามหญ้าหรือมีโอกาสฝนตก เลือกคู่ที่ยอมให้เปื้อนได้และพื้นไม่ลื่น รองเท้าแตะไม่เหมาะกับพื้นที่เบียด เพราะหลุดง่ายและเสี่ยงถูกเหยียบ หากอยากเตรียมของให้ครบโดยไม่แบกเกินจำเป็น เปิด เช็กลิสต์ของที่ควรพกไปงานคอนเสิร์ต ไล่ก่อนออกจากบ้านได้เลย
ทรงผม กระเป๋า และเครื่องประดับ ต้องไม่เกะกะ
ผมยาวควรรวบเป็นหางม้า มวย หรือเปีย โดยเฉพาะเมื่อยืนหน้าเวที เพราะคล่องตัวและไม่สะบัดรบกวนคนข้างหลัง เติมโบว์หรือผ้าผูกผมให้เข้ากับสีชุดได้ แต่เลี่ยงกิ๊บที่มีปลายแหลมและชิ้นส่วนที่เกี่ยวคนอื่นง่าย
กระเป๋าคาดอกหรือกระเป๋าสะพายข้างขนาดเล็กที่ปิดซิปได้เหมาะที่สุด วางไว้ด้านหน้าลำตัวในช่วงคนแน่น ส่วนเครื่องประดับเลือกเพียงไม่กี่ชิ้น ต่างหูยาว สร้อยหลายเส้น และสายห้อยระโยงระยางอาจดูดีในรูป แต่มีโอกาสเกี่ยวเสื้อหรือหลุดหายในฝูงชน
เมกอัปและสีธีม เอาให้เด่นแต่เติมง่าย
เมกอัปไปคอนเสิร์ตควรเน้นติดทนมากกว่าหนา ใช้ผลิตภัณฑ์ที่คุ้นเคยและพกของเติมเท่าที่จำเป็น เช่น กระดาษซับมัน แป้ง ลิปทินต์ กันแดดแบบพกพา และยางรัดผม ถ้าอยากเล่นกับบรรยากาศงาน อายไลเนอร์สีหรือกลิตเตอร์สำหรับใช้กับผิวโดยเฉพาะเพียงจุดเดียวก็ช่วยให้ลุคถ่ายรูปขึ้นโดยไม่รู้สึกหนักหน้า
การใช้สีประจำศิลปินหรือธีมของงานเป็นวิธีแต่งให้เข้าบรรยากาศแบบไม่ต้องซื้อใหม่ทั้งชุด นัดเพื่อนคุมโทนขาว-ดำ แดง-ดำ หรือน้ำเงิน-ขาว หรือใช้สีเดียวกันผ่านริบบิ้น หมวก และกระเป๋า ชุดจะดูเชื่อมกันแต่แต่ละคนยังแต่งในแบบของตัวเองได้
สวยแค่ไหนก็พักก่อน ถ้าใส่แล้วต้องคอยกังวล
เสื้อที่ต้องดึงหรือคอยปิดทุกไม่กี่นาที รองเท้าที่เดินได้แค่ระยะสั้น เครื่องประดับชิ้นใหญ่ และเสื้อคลุมหนาสำหรับงานกลางแจ้ง ล้วนกินพลังโดยไม่จำเป็น รวมถึงชุดที่มีกระดุม สาย หรือของห้อยจำนวนมากซึ่งอาจติดกับกระเป๋าหรือคนรอบข้าง
ก่อนตัดสินใจ ลองใส่ชุดพร้อมรองเท้าและกระเป๋าจริง เดินขึ้นลงบันได นั่ง ยกแขน และถ่ายรูปทั้งแสงหน้าและแสงด้านข้าง ถ้ายังรู้สึกเป็นตัวเองและไม่ต้องคอยจัด นั่นคือชุดที่พร้อมไปสนุก งานเฟสครั้งแรกอาจมีรายละเอียดมากกว่าที่คิด สามารถอ่าน วิธีเตรียมตัวไปงาน Music Festival ครั้งแรก เพิ่มเติมก่อนวางแผนได้

ใส่ความเห็น